วันนี้มาอัพเพื่อสุขภาพ

เอิ่ม............พึ่งไปเปิดเจอเกี่ยวกับเรื่องนี้

รู้สึกว่าจะเป็นข่าวนานแล้ว(ปีที่แล้วได้มั้ง)

ลองอ่านดูเองละกันน่อ

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

 

 แคะจมูกกินขี้มูกวิธีง่ายๆเพื่อสุขภาพที่ดี

 

 

แพทย์ชาวออสเตรียเผยเคล็ดลับเพื่อสุขภาพดีแบบง่าย ๆ โดยวิธีธรรมชาติด้วยการส่งเสริมให้ใช้นิ้วแยงเข้าไปในรูจมูก
ทำความสะอาดให้จมูกโล่ง แล้วก็นำขี้มูกที่ออกมาใส่เข้าปาก


ศ. ดร. เฟรดดริก บิสชิงเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปอด เมืองอินส์บรูกประเทศออสเตรียกล่าวว่าคนที่ชอบใช้นิ้วแคะจมูกนั้นเป็นคนที่ มีสุขภาพดีและมีความสุขกว่าคนอื่น ๆฉะนั้นสังคมจึงควรยอมรับวิถีทางดูแลตัวเองที่แสนจะเป็นธรรมชาตินี้และเลิก ดุเวลาเด็กแคะขี้มูกออกมากินเสียที


นอกจากนี้เวลาใช้นิ้วแคะจมูก คุณสามารถจะชอนไชไปถึงส่วนที่ผ้าเช็ดหน้าไปไม่ถึงทำให้จมูกของคุณมีความ สะอาดกว่ามากนอกจากนั้นยังเป็นการผ่อยคลายความตึงเครียดของตนเองลองสังเกต ว่าเมื่อคนเราเอานิ้วเข้าไปแคะจมูกนั้นจะเกิดความเพลิดเพลินและจะไม่คิด เรื่องที่สร้างความเครียดให้ตนเอง"แถมยังย้ำอีกว่าการกินขี้มูกที่แคะออกมา นั้นเป็นการเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพราะจมูกเป็นเหมือนที่กรองอากาศ และมีแบคทีเรียสะสมอยู่มากมายขี้มูกที่กินเข้าไปจึงมีลักษณะเหมือนยา ปฏิชีวนะที่นำเหล่าแบคทีเรียต่างๆมาผ่านกระบวนการเพื่อให้ออกมาใช้รักษาซึ่ง การแพทย์สมัยใหม่พยายามสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายแบบนี้แต่ไปใช้วิธีทางการ แพทย์ที่ซับซ้อนกว่ามากโดยสรุปคนที่แคะขี้มูกแล้วเอามากินนั้นจะสามารถ กระตุ้นภูมิคุ้มกันของตัวเองได้ดีและเป็นการรักษาสุขภาพราคาถูก


แต่ การแคะจมูกนั้นหากขาดความระมัดระวังก็อาจจะเกิดผลเสียต่อจมูกของเราได้โดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก กล่าวว่าสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดเลือดกำเดาก็คือ การ แคะจมูก ซึ่งเลือดกำเดาเกิดจากเส้นเลือดในเยื่อบุโพรงจมูกแตกจึงมีเลือดไหลส่วนมาก เกิดจากการแตกของเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆที่บริเวณส่วนหน้าของผนังกั้นช่องจมูกทั้ง ๒ ข้างจึงมีเลือดไหลออกทางรูจมูกดังนั้นการแคะจมูกเพื่อให้ได้ประโยชน์เราต้อง คอยระมัดระวังไม่ให้รุนแรงมากนัก


หมอ บิสชิงเกอร์ ยังย้ำอีกว่า สมัยเด็ก ๆทุกคนแคะขี้มูกกันอย่างมีความสุขแต่พอโตขึ้นก็ต้องเลิกเพราะถูกสังคมกดดัน ว่าเป็นพฤติกรรมน่ารังเกียจเราจึงควรจะส่งเสริมให้เด็กแคะจมูกต่อไปมันเป็น พฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติมาก แถมยังดีในทางการแพทย์อีกด้วย

นายปกรณ์ อัศวเสมาชัย





credit : http://www.nitadebangkok.com/httpdocs/buca...ews/food1_3.htm


++++++++++++++++++++++++

ช่างเป็นเรื่องที่ให้ความรู้ประดับสมองง

น่าแหวะจิงวุ้ย=[]="""

มาทำตอนนี้ก็คงไม่กล้าแล้วละ หยะแหยงงง

 

ใครเคยทำบ้างงง(จะมีใครกล้าบอกไหมละนั่น)

 

คราวหน้ามาอ่านฟิคพี่ทองม้วนกับน้องขนมถ้วยฟูดีกว่าเนอะู^v^"

(แล้วเรื่องอื่นละ??)

 

เจอกันเอนทรี่หน้าาา

 

ciao~~~~

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยังทำอยู่ และจะทำต่อไป วะฮ่ะฮ่ะ

#1 By foxy rabbit on 2009-09-19 19:42

อา~.... มันช่าง....สุดๆเลยละจ๋ะ ...เนจ๋า

#2 By Nashimah :BEGIN~ on 2009-09-19 19:43

แคะไม่ว่า แต่กินเนี่ยสิ....

อี๊!!
อี๋!!!!!!!!!!

อุทานเสียงดัง 55+

แคะไม่ว่า แต่กินนี่สิ รับไม่ได้ เอิ้กๆ

#4 By ReSonAtE~* on 2009-09-19 22:20

แคะได้นะ
แต่ถ้ากินเนี่ย...ย้อนเวลาไปตอนเด็กๆ ได้มั้ยคะ
(เพราะตอนเด็กๆ เคยแคะกิน อี๊!)


wink

#5 By ZEZT-JUNIO on 2009-09-20 17:13