กินขี้มูก...เพื่อสุขภาพ
posted on 19 Sep 2009 18:24 by 25509
วันนี้มาอัพเพื่อสุขภาพ
เอิ่ม............พึ่งไปเปิดเจอเกี่ยวกับเรื่องนี้
รู้สึกว่าจะเป็นข่าวนานแล้ว(ปีที่แล้วได้มั้ง)
ลองอ่านดูเองละกันน่อ
+++++++++++++++++++++++++++
แคะจมูกกินขี้มูกวิธีง่ายๆเพื่อสุขภาพที่ดี
แพทย์ชาวออสเตรียเผยเคล็ดลับเพื่อสุขภาพดีแบบง่าย ๆ โดยวิธีธรรมชาติด้วยการส่งเสริมให้ใช้นิ้วแยงเข้าไปในรูจมูก
ทำความสะอาดให้จมูกโล่ง แล้วก็นำขี้มูกที่ออกมาใส่เข้าปาก
ศ.
ดร. เฟรดดริก บิสชิงเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปอด
เมืองอินส์บรูกประเทศออสเตรียกล่าวว่าคนที่ชอบใช้นิ้วแคะจมูกนั้นเป็นคนที่
มีสุขภาพดีและมีความสุขกว่าคนอื่น
ๆฉะนั้นสังคมจึงควรยอมรับวิถีทางดูแลตัวเองที่แสนจะเป็นธรรมชาตินี้และเลิก
ดุเวลาเด็กแคะขี้มูกออกมากินเสียที
นอกจากนี้เวลาใช้นิ้วแคะจมูก
คุณสามารถจะชอนไชไปถึงส่วนที่ผ้าเช็ดหน้าไปไม่ถึงทำให้จมูกของคุณมีความ
สะอาดกว่ามากนอกจากนั้นยังเป็นการผ่อยคลายความตึงเครียดของตนเองลองสังเกต
ว่าเมื่อคนเราเอานิ้วเข้าไปแคะจมูกนั้นจะเกิดความเพลิดเพลินและจะไม่คิด
เรื่องที่สร้างความเครียดให้ตนเอง"แถมยังย้ำอีกว่าการกินขี้มูกที่แคะออกมา
นั้นเป็นการเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพราะจมูกเป็นเหมือนที่กรองอากาศ
และมีแบคทีเรียสะสมอยู่มากมายขี้มูกที่กินเข้าไปจึงมีลักษณะเหมือนยา
ปฏิชีวนะที่นำเหล่าแบคทีเรียต่างๆมาผ่านกระบวนการเพื่อให้ออกมาใช้รักษาซึ่ง
การแพทย์สมัยใหม่พยายามสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายแบบนี้แต่ไปใช้วิธีทางการ
แพทย์ที่ซับซ้อนกว่ามากโดยสรุปคนที่แคะขี้มูกแล้วเอามากินนั้นจะสามารถ
กระตุ้นภูมิคุ้มกันของตัวเองได้ดีและเป็นการรักษาสุขภาพราคาถูก
แต่
การแคะจมูกนั้นหากขาดความระมัดระวังก็อาจจะเกิดผลเสียต่อจมูกของเราได้โดย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก
กล่าวว่าสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดเลือดกำเดาก็คือ การ แคะจมูก
ซึ่งเลือดกำเดาเกิดจากเส้นเลือดในเยื่อบุโพรงจมูกแตกจึงมีเลือดไหลส่วนมาก
เกิดจากการแตกของเส้นเลือดฝอยเล็ก
ๆที่บริเวณส่วนหน้าของผนังกั้นช่องจมูกทั้ง ๒
ข้างจึงมีเลือดไหลออกทางรูจมูกดังนั้นการแคะจมูกเพื่อให้ได้ประโยชน์เราต้อง
คอยระมัดระวังไม่ให้รุนแรงมากนัก
หมอ บิสชิงเกอร์ ยังย้ำอีกว่า
สมัยเด็ก
ๆทุกคนแคะขี้มูกกันอย่างมีความสุขแต่พอโตขึ้นก็ต้องเลิกเพราะถูกสังคมกดดัน
ว่าเป็นพฤติกรรมน่ารังเกียจเราจึงควรจะส่งเสริมให้เด็กแคะจมูกต่อไปมันเป็น
พฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติมาก แถมยังดีในทางการแพทย์อีกด้วย
นายปกรณ์ อัศวเสมาชัย
credit : http://www.nitadebangkok.com/httpdocs/buca...ews/food1_3.htm
++++++++++++++++++++++++
ช่างเป็นเรื่องที่ให้ความรู้ประดับสมองง
น่าแหวะจิงวุ้ย=[]="""
มาทำตอนนี้ก็คงไม่กล้าแล้วละ หยะแหยงงง
ใครเคยทำบ้างงง(จะมีใครกล้าบอกไหมละนั่น)
คราวหน้ามาอ่านฟิคพี่ทองม้วนกับน้องขนมถ้วยฟูดีกว่าเนอะู^v^"
(แล้วเรื่องอื่นละ??)
เจอกันเอนทรี่หน้าาา
ciao~~~~









































#1 By foxy rabbit on 2009-09-19 19:42